travel news

แหล่งเครื่องปั้นดินเผาสุโขทัย หรือ เตาทุเรียง

อยู่ใกล้วัดพระพายหลวง บริเวณแนวคูเมืองเก่าที่เรียกว่า “แม่โจน” เป็นเตาเผาถ้วยชามสมัยสุโขทัย มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 พบเตาโดยรอบ 49 เตา ส่วนใหญ่อยู่บริเวณคันคูแม่น้ำโจนด้านทิศเหนือ 37 เตา ด้านทิศใต้ข้างกำแพงเมือง 9 เตา และด้านทิศตะวันออก 3 เตา เตาเผาเครื่องสังคโลกมีลักษณะคล้าย ประทุนเกวียนขนาดกว้าง 1.50-2.00 เมตร ยาว 4.5 เมตร เครื่องปั้นดินเผาที่พบบริเวณนี้

สถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ

สถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ เป็นหน่วยงานในสังกัดกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่ศึกษาค้นคว้าทดลองไม้ดอกไม้ผลทั้งของเมืองหนาวและพืชสวนของท้องถิ่นที่เหมาะสมต่อสภาพดินฟ้าอากาศและระบบนิเวศน์บนที่สูงของ จ.เลย เพื่อถ่ายทอดผลการศึกษาวิจัยให้เกษตรกรนำไปเพาะปลูกต่อไป ขณะเดียวกันก็เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความงามของแปลงไม้ดอก และรู้จักกับไม้ผลเมืองหนาวหลายชนิด

เกาะเขาใหญ่

เกาะที่มีความสวยงามในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา ซึ่งบนเกาะแห่งนี้มีอ่าวชื่อว่าอ่าวก้ามปู ภายในอ่าวมีน้ำตกไหลลงมากลายเป็นลำธารเล็ก ๆ ชุ่มฉ่ำ อ่าวก้ามปูนั้นจัดเป็นอ่าวที่สงบปราศจากคลื่นลมตลอดปี โดยเฉพาะช่วงเวลาน้ำลดระดับต่ำสุดจะสามารถเห็นแนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลเผยความน่ารักให้เห็นตลอดแนวชายฝั่ง นอกจากนี้ความโดดเด่นของเกาะเขาใหญ่ ยังอยู่ที่ ประติมากรรมธรรมชาติที่คล้ายกับปราสาทหินยื่นโค้งไปในทะเล

สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริภูพยัคฆ์

ภูพยัคฆ์ เดิมชื่อ ภูผายักษ์ บนยอดภูเป็นหินผาสวยงาม มีสภาพเป็นป่าดิบและเป็นดงเสือ จึงได้ชื่อว่า ภูพยัคฆ์ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,500 เมตร เคยเป็นที่ปลูกฝิ่นของราษฎรชาวไทยภูเขา ก่อนปี 2523 เคยเป็นสมรภูมิรบ ระหว่างทหารไทยกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ปัจจุบัน ภูพยัคฆ์ ได้เปลี่ยนจากสมรภูมิรบ แหล่งวางกับดักระเบิดเป็น สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ พัฒนาให้ราษฎรชายไทยภูเขามีจิตสำนึกและมีส่วนร่วมในการฟื้นฟู

ปาย

อำเภอเล็กๆ แห่งนี้คือสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอันดับต้นๆ ของเมืองไทย และจากอำเภอเงียบสงบท่ามกลางกำแพงขุนเขาสลับซับซ้อนและงดงามด้วยผืนนาที่จะเปลี่ยนสีเป็นเขียวชอุ่มในยามฤดูฝน ปายกลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักเดินทางทุกเพศวัย และกลายเป็นเมือง ที่คุณสามารถดีไซน์ความเก๋ไก๋และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทันสมัยได้ในทุกวินาทีที่เท้าย่ำไปในดินแดนเล็กๆ แห่งนี้

วัดราชบูรณะหรือวัดเลียบ (กรุงเทพฯ)

วัดเก่าแก่ที่คนรู้จักในชื่อว่า “วัดเลียบ” สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลายโดยพ่อค้าชาวจีน เป็นวัดหนึ่งตามธรรมเนียมประเพณีโบราณที่ว่าในราชธานีจะต้องมีวัดสำคัญประจำเมือง คือวัดมหาธาตุ วัดราชประดิษฐ์ และวัดราชบุรณะ โดยวัดเลียบได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ใหม่โดยพระสัมพันธวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงเทพหริรักษ์ พระโอรสในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ พระพี่นางเธอในรัชกาลที่ 1

อนุสาวรีย์วีรสตรี

ที่นี่เป็นอนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงคุณงามความดี ความกล้าหาญ และความเสียสละของวีรสตรีไทยผู้มีหัวใจรักชาติอย่างเต็มเปี่ยม นั่นก็คือ ท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า คุณหญิงจันกับคุณหญิงมุกนั่นเอง อนุสาวรีย์แห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2509 นอกจากจะเพื่อระลึกถึงความดีของสองท่านนี้แล้ว ยังเพื่อสนองต่อพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในคราวที่ได้เสด็จพระราชดำเนินไปเปิดถนนสายถลาง

ตลาดท่าช้าง

ตลาดเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีนแห่งนี้ อดีตเคยเป็นแหล่งศูนย์รวมการค้าขนาดใหญ่ของจังหวัดสุพรรณบุรี และเนื่องจากสมัยก่อนการเดินทางไปยังตัวจังหวัดสุพรรณบุรี ต้องเดินทางโดยทางเรือ ผู้เดินทางเข้าจังหวัดจะต้องมาขึ้นเรือที่ท่าเรือหน้าตลาดแห่งนี้ ทำให้ตลาดท่าช้างคึกคักไปด้วยผู้คนและพ่อค้าแม่ค้าชาวจีนมากมาย จนกระทั่งปี พ.ศ. 2501 เกิดไฟไหม้ตลาด

ศาลเจ้าแม่ทับทิม

สักการะองค์เจ้าแม่ทับทิม (ตุ้ยบ่วยเต่งเหนี่ยง) อันศักดิ์สิทธิ์ ด้านขวาเป็นที่ประทับของเจ้าพ่อกวนอู ด้านซ้ายเป็นที่ประทับของเจ้าพ่อปุ้นเถ่ากง และปุ้นเถ่าม่า ตามประวัติกล่าวว่า องค์เจ้าแม่ทับทิม และองค์เจ้าพ่อกวนอู ได้อัญเชิญมาจากเกาะไหหลำ มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ในปี พ.ศ. 2410 ในสมัยนั้นเจ้าของอู่ต่อเรือซึ่งตั้งถิ่นฐานทำการค้าที่หมู่บ้านท่าฬ่อเป็นผู้อัญเชิญองค์เจ้าแม่ทับทิมมาจากประเทศจีน

พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์

ชมความงามอันประณีตของพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรง โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ.2504 เพื่อใช้เป็นที่ประทับในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานมาประทับแรม ณ จังหวัดเชียงใหม่นี้ รวมทั้งยังใช้รับรองพระราชอาคันตุกะในวโรกาสต่าง ๆ บรรยากาศโดยรอบพระตำหนักรายล้อมด้วยภูมิประเทศที่สวยงาม มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ส่วนภายในบริเวณประกอบไปด้วยพระตำหนักพฤกษาวิสุทธิคุณ เป็นอาคาร 2 ชั้น มีชั้นใต้ดินตั้งอยู่บนเนิน และพระตำหนักยูคาลิปตัส 1 ที่ใช้ไม้ยูคาลิปตัสมาก่อสร้างในรูปแบบ log cabin และยังมีเรือนรับรองเป็นอาคาร 2 ชั้นแบบไทยประยุกต์ ซึ่งใช้เป็นที่พำนักของพระราชอาคันตุกะ และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ตามเสด็จ นอกจากนี้ในบริเวณพระตำหนักมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีภูมิทัศน์สวยงามสดชื่น สวนเฟิร์นธรรมชาติ มีอาคารที่จัดแต่งเป็นสวนดอกไม้ละลานตา โดยเฉพาะดอกกุหลาบหลากสายพันธุ์ที่พากันอวดช่อดอกดูสดใส. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thai.tourismthailand