ห่วงแต่ความสะดวกตัวเอง ชีวิตล้มเหลวมากกว่าสุข!

ห่วงแต่ความสะดวกตัวเอง ชีวิตล้มเหลวมากกว่าสุข!
สัปดาห์นี้ชวนเปลี่ยนมุมมองจากที่เคยเรียกชื่อว่า “ยากลำบาก” ให้เปลี่ยนเป็น “ความสุข” แทน จะช่วยควบคุมจิตใจให้ละทิ้งคำว่าเป็นไปไม่ได้ ทำอย่างไรไปอ่านกัน

ในเครื่องบินจะมีโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อกำหนดเส้นทางการบินให้เครื่องบินไปยังจุดหมายที่เราต้องการ หากใส่ข้อมูลให้เครื่องบินๆ ไปสถานที่ใดก็ตาม มันก็จะไม่สามารถบินไปเส้นทางอื่นได้เลย เช่นเดียวกันกับ “ทิศทาง” การใช้ชีวิตของเราครับ มันถูกกำหนดไว้ตามความคิดที่ถูกใส่เข้าไปในจิตใจเรา

เด็กที่ถูกฝึกให้รู้จักระเบียบวินัยหรือ “การควบคุมจิตใจ” ของตัวเองตั้งแต่วัยเยาว์ กับเด็กที่ไม่เคยฝึกเรื่องนี้เลยก็ใช้ชีวิตแตกต่างกันแล้วครับ ยกตัวอย่างเช่น เวลาเข้าห้องน้ำจะมีคน 2 ประเภท คือคนที่เปิดก๊อกน้ำทิ้งไว้ ให้น้ำไหลแรงๆ แล้วล้างมือ กับคนที่เปิดน้ำเบาๆ เอามือไปโดนน้ำ ปิดน้ำ ถูสบู่ แล้วค่อยเปิดน้ำล้างมือใหม่ คนที่เปิดน้ำใช้เต็มที่กับคนที่ใช้เพียงเล็กน้อย 2คนนี้ ความคิดก็จะแตกต่างกันเพราะอะไร?

คนที่คิดถึงความสะดวกของตัวเองมากกว่า มักจะคิดว่ากว่าจะเปิดน้ำ-ปิดน้ำล้างมือก็ขี้เกียจ ไม่สะดวก แต่ถ้าเปิดทิ้งไว้มันง่าย ไม่ต้องทำหลายครั้ง คนที่ทำแบบนี้ตั้งแต่เล็ก อยู่แบบสบายๆ โอกาสที่จะไม่มีความสุข จะมีมากกว่าคนอื่น…เมื่อถึงช่วงชีวิตที่ต้องแต่งงาน ก็จะ “หย่าร้าง” กันไปอย่างง่ายดาย เพราะการแต่งงานคือการที่ต้องไปใช้ชีวิตร่วมกับคนที่มีนิสัยไม่เหมือนกัน ก็จะอยู่กันอย่างลำบาก

ปัจจุบันนี้ที่เกาหลีใต้ คู่รักหลายคู่มักจะหย่าร้างกัน เพราะเรื่องเพียงเล็กน้อย “แค่เรื่องดูทีวีก็หย่าร้างกันได้” สามีจะดูกีฬาแต่ภรรยาจะดูละคร พอคิดว่าทั้งชีวิตต้องทะเลาะกันในเรื่องนี้ ทางข้างหน้าก็มืดมน คิดว่าไม่ต้องทะเลาะกันดีกว่า หย่าไปเลยให้มันจบ คือถ้าขัดแย้งกันสักเล็กน้อยก็จะคิดง่ายๆ ว่าเลิกกันดีกว่า จบกันไปก็ดี รู้สึกเหนื่อยที่ต้องพูดคุย ปรับเข้าหากันด้วยเหตุผล

เพราะฉะนั้น ตั้งแต่เด็กๆ คนเราจะต้องรู้จัก “การควบคุมครอบครองจิตใจ” แม้กระทั่งสิ่งที่ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก แต่สิ่งนี้จะเป็นตัวกำหนดชีวิตของคุณ หากแค่เปิดน้ำแค่นี้ยังหงุดหงิด ก็คงไม่ต้องพูดถึงชีวิตการทำงาน หรือชีวิตคู่ในอนาคตเลยครับ

ผมเคยเข้าไปบรรยายให้กับนักโทษในเรือนจำหลายแห่งในประเทศไทย คนที่อยู่ในเรือนจำเอง ก็จะมีโครงสร้างจิตใจคล้ายๆ กับที่ผมกล่าวมา อย่างเช่นว่า ถ้าให้คนเหล่านี้ไปทำงานในโรงงาน ตอนที่ทำผิดพลาด ถูกเจ้านายหรือเพื่อนร่วมงานตักเตือน เขาก็มักจะคิดง่ายๆ ว่าทำไมฉันต้องมาทนอยู่แบบนี้ ฉันมาทำงานแบบนี้เพื่อให้โดนด่าหรือยังไง ไม่อยากที่จะทนฟังคำดูถูกเพื่อแลกกับเงินเพียงไม่กี่บาท

จึงหาวิธีได้เงินโดยไม่ลำบาก แม้ว่าคนอื่นต้องอดทนมากมายกว่าจะได้เงินมา แต่คนเหล่านี้ก็จะเลือกวิธีที่หาเงินมาได้ง่ายที่สุด คนที่มีโครงสร้างจิตใจแบบนี้ สุดท้ายก็ล้มเหลวครับ บางคนอาจลงเอยแบบต้องเสียเวลาทั้งชีวิตเข้าไปอยู่ในเรือนจำ

คนที่อยู่ในเรือนจำ มักจะเป็นคนที่ไม่ชอบอะไรที่ยากลำบาก อยากใช้ชีวิตตามใจชอบ รักสบาย พูดง่ายๆ คือเป็นคนที่ปฏิเสธการต่อสู้กับตัวเอง การต่อสู้กับตัวเองคืออย่างไร? คือการที่คุณกำหนดทิศทางในชีวิตคุณโดยเริ่มต้นจากจิตใจคุณก่อน เมื่อตอนที่ความลำบากเท่าภูเขาผ่านเข้ามา ถ้าคุณไม่ได้ตอบโต้ ไม่คิดที่จะสู้เลย มันก็เหมือนกับการที่คุณนั่งอยู่เฉยๆ แล้วยอมให้มันเข้ามาในชีวิต

สุดท้ายคุณก็ต้องแพ้ให้กับมันตามสายตาที่คุณเห็นสถานการณ์นั่นแหละครับ เราลองใช้ชีวิตด้วยการตอบโต้กับความคิดที่เข้ามาดูสิครับ จากคำว่า “เป็นไปไม่ได้” ก็เปลี่ยนเป็นคำว่า “เป็นไปได้” ลองต่อสู้บ่อยๆ คำว่า “เป็นไปไม่ได้” ก็จะถูกลบออกไปจากใจ แม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบเดียวกันกับแต่ก่อน แต่คุณจะมีชีวิตแตกต่างจากเดิม

ถ้าไม่เรียนรู้ที่จะต่อสู้กับจิตใจ ความทุกข์และภาระในใจก็จะถาโถมเข้ามาเรื่อยๆ หากได้ลองต่อสู้ แม้ว่าความทุกข์มันจะถาโถมเข้ามา แต่คุณไม่รับมันก็ไม่เป็นของคุณ ถ้าคุณสู้แล้วบอกมันว่านี่คือ “ความสุข” ความทุกข์ก็ไม่สามารถครอบครองใจคุณได้

เพียงแค่คุณเปลี่ยนมุมมอง เป็นการเรียนรู้จากมัน แล้วเรียกชื่อความยากลำบากใหม่ว่าเป็น “ความสุข” สายตาของคุณที่มองสถานการณ์ก็จะเริ่มเปลี่ยนทิศทางการใช้ชีวิตก็จะเริ่มเปลี่ยนตามไปด้วยครับ.
…………………………………
คอลัมน์ : มองเปลี่ยนมุม
โดย “คิม ฮัก เชิล”
ประธานที่ปรึกษาอาวุโส มูลนิธิเยาวชนสัมพันธ์นานาชาติ
(ไอวายเอฟ) เกาหลีใต้ ประจำประเทศไทย

ขอบคุณข้อมูล จาก เดลินิวส์

About the author: admin